25 ธ.ค. 2560

641

5 เทคนิคลงโฆษณาบน Facebook ให้ได้ผล by seo-winner.com

5 เทคนิคลงโฆษณาบน Facebook ให้ได้ผล


นอกจากการทำให้การขายของออนไลน์ของเราประสบความสำเร็จแล้ว ในปัจจุบันนี้การทำการค้าขายทางออนไลน์ก็มีช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อเรามีช่องทางออนไลน์ที่เอาไว้ติดต่อสื่อสารกันหลากหลายเท่าไหร่ ก็ไม่แปลกที่การติดต่อซื้อขายทางออนไลน์จะปรับตัวเข้าไปอยู่ในทุกๆ โซเชียลที่เราได้ใช้งานอยู่เช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น Facebook ที่เรียกได้ว่าสามารถครองใจผู้ใช้งานส่วนใหญ่ได้เกือบทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีบัญชีการใช้งานที่สูงเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้วเป็นเท่าตัว จากสิ่งนี้ก็สามารถทำให้เราเห็นได้ว่าคนไทยได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวันแล้ว ดังนั้นการใช้ Facebook เป็นช่องทางในการขายของออนไลน์นั้นก็มีความน่าสนใจและมีความเป็นได้สูงว่าจะมีผู้เข้ามาซื้อขายด้วยเป็นจำนวนมากเช่นกัน

สำหรับการลงโฆษณาใน Facebook ให้ประสบความสำเร็จก็ประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง และปัจจัยหลักที่มีผลต่อการโฆษณานั้นมีอยู่ 5 ข้อหลักๆ โดยจะเป็นปัจจัยีท่เกี่ยวกับอะไรบ้างนั้น มีดังต่อไปนี้

1.การเลือกรูปภาพให้โดนใจ
โลกออนไลน์และโลกแห่งโซเชียลนี้เองที่ให้ความสำคัญกับรูปภาพมากเป็นอันดับ 1 เพราะรูปภาพนั้นเป็นตัวสำคัญที่ให้คนให้ความสนใจ รูปภาพจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับ 1 เช่นกันในการลงโฆษณาบน Facebook เนื่องจากเป็นสิ่งแรกที่ทำให้คนสะดุดตาและสนใจโฆษณาของเรา เพราะด้วยจิตวิทยาของคนส่วนใหญ่นั้นมักจะมองรูปภาพเพียงแค่เสี้ยววินาที โดยไม่ได้สนใจรายละเอียดเนื้อหาของโฆษณา ดังนั้นถ้าหากรูปภาพมีความดึงดูดใจก็จะมีโอกาสสูงที่จะทำให้โฆษณานั้นประสบความสำเร็จเช่นกัน และตรงกันข้าม ถ้ารูปภาพนั้นไม่มีความน่าสนใจ โฆษณาของเราก็จะได้รับเพียงแค่การมองที่ผ่านมาและผ่านไป

ยกตัวอย่าง การขายเครื่องสำอาง ครีม หรือของใช้เกี่ยวกับความงามต่างๆ ดังนั้นรูปภาพจะต้องทำให้ลูกค้าสามารถจินตนาการได้ว่า ใช้สินค้าแล้วเกิดเป็นผลลัพธ์อย่างไรบ้าง ในแว๊บแรกที่เห็นนั้นสิ่งที่อยากรู้คงไม่ใช่ส่วนผสม แต่จะเป็นผลลัพธ์มากกว่าว่าประโยชน์จากการใช้นั้นคืออะไร เราจึงต้องสื่อสารสิ่งเหล่านี้ออกมาเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นและสะดุดตามากที่สุด ส่วนรูปแบบการโฆษณาจะทำอย่างไรนั้นก็คงต้องแล้วแต่ไอเดียของเจ้าของผลิตภัณฑ์นั่นเอง

2.เลือกรูปแบบโฆษณาให้ถูกและเหมาะสม
หลายคนนั้นพลาดตั้งแต่เริ่มต้นลงโฆษณาบน Facebook เพราะว่าเลือกรูปแบบโฆษณาผิด ส่วนการโฆษณาบน Facebook นั้นไม่จำเป็นต้องทำตาม Facebook หรือเชื่อตลอด เช่น การลงโฆษณาแบบ Click to Website คนส่วนใหญ่มักจะเลือกลงโฆษณาแบบนี้เพราะว่า เพื่อให้คนสามารถเข้าไปคลิกที่เว็บไซต์ได้เลย ตามชื่อที่บอกว่าคลิกไปที่เว็บไซต์ และใครที่เคยลงจะทราบว่าไม่คุ้มค่าและแพงไป บางธุรกิจก็เจ๊งไปแล้วด้วย แต่ไม่ใชว่าลงโฆษณาแบบนี้แล้วไม่ได้ผล เพียงแต่เงินที่เราใส่ลงไปนั้นต้องเยอะมากพอสมควร หากใส่เงินโฆษณาลงไปเพียงแค่ 100-1000 ก็เหมือนกับเอาเงินไปทิ้งโดยที่ไม่มีประโยชน์อะไร 

สำหรับโฆษณาที่ได้ผลจริงบน Facebook นั้นอาจจะเป็น Page Post Engagement เพราะสามารถมองเห็นได้ แม้จะเพียงแค่ผ่านตา แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นจุดสนใจต่อผู้ที่พบเจอ เพราะการลงโฆษณาแบบPage Post Engagement นั้นก็สามารถโพสต์บนแฟนเพจและสามารถลิงก์มาที่เว็บไซต์ได้ และรูปภาพก็มีขนาดใหญ่ไม่ต่างกับโฆษณาแบบ Click to Website และที่สำคัญช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย

3.เลือกกลุ่มเป้าหมายให้แคบลง
แน่นอนว่าเมื่อลงทุนโฆษณาไป เราก็ต้องอยากได้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล เช่นการลงทุนเงินไป 300 บาท และหวังผลลัพธ์ที่เกินตัว ต้องการให้คนเห็นโฆษณา 1,000,000 คน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อาจลดลงให้เหลือสัก 50,000 คน หรือว่าน้อยกว่านั้นก็จะยิ่งดี และในขณะเดียวกันอาจจะต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายและกำหนดเงินให้เหมาะสมเพื่อให้โฆษณาที่เราได้ทำการลงไปนั้นเกิดผลลัพธ์สูงสุด 

ตัวอย่างเช่น มีผู้ประกอบการท่านหนึ่งจะลงโฆษณา Facebook ด้วยเงิน 7 ล้านบาท โดยให้ Facebook รันโฆษณา 6 เดือน โดยเฉลี่ยต่อเดือนถือว่าเยอะพอสมควร ในส่วนนี้ก็ถือว่ามากเกินไป เพราะลงโฆษณาไป Facebook ก็ไม่รันให้ เพราะว่าเหมือนเป็นการลงโฆษณาที่ไม่มีหลักการอะไรที่แท้จริง

4.ลงโฆษณาให้ดีไม่ควรเกิน 3 วัน
เพราะว่าหลายคนนั้นจะไม่ชอบลงโฆษณาทุกวัน มักจะรันให้เสร็จทีละแคมเปญแล้วค่อยสร้างใหม่ แล้วก็วนลูปเดิม เหมือนเดิม แล้วรันยาวๆ แต่การลงโฆษณาที่ดีนั้นอาจจะต้องดูตั้งแต่วันแรกที่ลง เพราะหากไม่เปรี้ยงตั้งแต่วันแรกก็ให้ลงใหม่ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเปล่าประโยชน์ และโฆษณา Facebook จะรันดีที่สุดไม่เกิน 3 วัน เกินจากนี้โฆษณาจะทิ่มหัวลงและกินเงินค่าโฆษณาเท่าเดิม และได้ลูกค้าน้อยลงอีกด้วย หรืออีกอย่างหนึ่งคือโฆษณาของเรานั้นได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เกิดเป็นกระแส มีการ Like และ Share อย่างมากมาย ถ้าหากเป็นเช่นนี้ก็สามารถรันต่อไปยาวๆ ได้ ถ้าหากกระแสเริ่มเงียบก็เตรียมปิดและตั้งแคมเปญใหม่ดีกว่า

5.อย่าเน้นขายของเพียงอย่างเดียว
มีอยู่ทั่วไปและมีอยู่อย่างมากมายที่ทำการลงโฆษณาเพียงอย่างเดียวและไม่ได้สนใจว่าจะมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจหรือไม่ แต่การลงโฆษณาที่แนบความรู้ หรือบทความอื่นที่น่าสนใจเข้าไปด้วยจะทำให้ตัวสินค้าเรามีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า การทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าเรามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับทางด้านสินค้า สามารถให้คำแนะนำกับลูกค้าได้ สามารถตอบคำถามที่ข้องใจได้ และสิ่งที่สำคัญนั่นก็คือสามารถทำให้ลูกค้าไว้ใจ วางใจ เปรียบเสมือนว่าเราคือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ไม่ใช่คอยแต่จะฉกฉวยโอกาสในการขายสินค้าอยู่ตลอดเวลา และเมื่อลูกค้าประทับใจและเกิดการจดจำเราได้ในภาพลักษณ์ที่ดี ก็จะช่วยส่งเสริมให้แบรนด์ของเราติดตลาดและมีลูกค้าเพิ่มขึ้นตามลำดับนั่นเอง







ที่มา : buddybuy

บทความ

SEO กับการตลาดออนไลน์

SEO กับการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์ยังคงต้องให้ความสำคัญกับ SEO เสมอ เพราะ SEO นั้นไม่ได้มีกฎที่ตายตัว และสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลาตามพฤติกรรมการใช้งานบนโลกออนไลน์ของผู้ใช้งาน อีกทั้งรวมไปถึงความสามารถของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกับ SEO ทั้งสิ้น ... อ่านเพิ่มเติม

เช็ค Traffic เว็บไซต์ เพื่อการเติบโตธุรกิจ

เช็ค Traffic เว็บไซต์ เพื่อการเติบโตธุรกิจ

การวัด Traffic ของเว็บไซต์จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรานั้นเติบโตและก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดี ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับจะทำให้ทราบว่าควรพัฒนาเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ... อ่านเพิ่มเติม

ทำไมจึงต้องวางแผนการทำ Digital Marketing

ทำไมจึงต้องวางแผนการทำ Digital Marketing

เมื่อเราเข้าสู่ยุค Digital การทำ Marketing ทั้งหลายจะต้องมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องและตอบรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าธุรกิจก็เกิดขึ้นมากมาย เกิดการแข่งขันทางการตลาดเกิดขึ้น ดังนั้นก ... อ่านเพิ่มเติม

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018

ถึงแม้ว่าจะผ่านมาเกือบสิ้นปีได้แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าเทรนด์การขายของในปี 2018 นี้มีความคึกคักและน่าจับตามองอย่างมาก เพราะด้วยเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว รวมไปถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อขายบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่ต่างจาก ... อ่านเพิ่มเติม

Keyword Cannibalization ปัญหาในการทำ SEO

Keyword Cannibalization ปัญหาในการทำ SEO

หลายคนในวงการ SEO อาจจะยังไม่รู้จักกับคำว่า Keyword Cannibalization ซึ่งอาจจะไม่ทราบอีกด้วยว่าคำนี้นั้นเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไร และจะสามารถเป็นปัญหาในการทำ SEO อย่างไรด้วยเช่นกัน ... อ่านเพิ่มเติม

3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้บริโภค

3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้บริโภค

ทุกครั้งที่มีการลงมือทำธุรกิจ เราจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มของผู้บริโภคให้มากที่สุด เพื่อเป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของเรามากขึ้น และสิ่งจำเป็นที่นักการตลาดต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคก็เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงและพั ... อ่านเพิ่มเติม

เพราะอะไรทำไม SME ถึงต้องมี Blog

เพราะอะไรทำไม SME ถึงต้องมี Blog

แท้จริงแล้วการทำการตลาดในยุคนี้โดยเฉพาะคนที่ทำ SME อาจไม่จำเป็นต้องพึ่ง Facebook ก็ได้ แต่จะหันมาใช้วิธี Inbound Marketing และดึงให้คนมาสนใจแบรนด์ของเรามากขึ้น โดยการทำ Inbound Marketing จะผูกกับการทำ Content เป็นหลัก ซึ่งอาจจะมีวิธีการที่หลากหลาย ... อ่านเพิ่มเติม

ควรรับมือกับการตลาด 5.0 อย่างไร

ควรรับมือกับการตลาด 5.0 อย่างไร

มีเพียงแค่การตลาด 4.0 แค่นั้นยังไม่พอ! ในส่วนของที่ปรึกษาทางด้านกลยุทธ์ Accenture สำรวจพบว่าลูกค้า 78% ยังไม่ได้รับประสบการณ์จากหลายช่องทางการตลาด ส่งผลให้เกิดการรับข่าวสารข้อมูลที่ลดน้อยลงไป ... อ่านเพิ่มเติม

Digital Personalised Marketing เทรนด์สำคัญที่นักการตลาดห้ามพลาด

Digital Personalised Marketing เทรนด์สำคัญที่นักการตลาดห้ามพลาด

เมื่อเราเข้าสู่ยุค 4.0 หลายสิ่งก็ต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ เช่นเดียวกันกับการตลาดที่นักการตลาดต้องมีการวางแผนกลยุทธ์และปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ... อ่านเพิ่มเติม